เศร้าบาดหัวใจ!! "หนุ่ม" ทุกข์ระทม แม่แอนตี้ "ลูกสะใภ้" อย่างหนัก ก่อนคิดจะทำเรื่องเลวร้าย ชาวเน็ตรีบห้ามมือระวิง!!

เศร้าบาดหัวใจ!! "หนุ่ม" ทุกข์ระทม แม่แอนตี้ "ลูกสะใภ้" อย่างหนัก ก่อนคิดจะทำเรื่องเลวร้าย ชาวเน็ตรีบห้ามมือระวิง!!




 

วันที่ 2 มกราคม 2561 ปัญหาความขัดแย้งระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาที่มีมาอย่างช้านาน ทุกยุคทุกสมัย ซึ่งความหนักอกหนักใจ ชนิดกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ตกไปอยู่ที่คนกลางเต็มๆ ที่ต้องทำหน้าที่เป็นทั้งลูกชาย และสามี เพราะฉะนั้นใครที่มีแม่ผัวและลูกสะใภ้ที่ดี เข้ากันได้ ถือเป็นบุญวาสนายิ่งนัก ขณะที่ใครมีแม่ผัว-ลูกสะใภ้ ที่วันๆจ้องแต่จะหาเรื่อง ชวนทะเลาะกัน ก็ถือเป็นเวรกรรมอย่างหนึ่งที่ต้องแก้ปัญหาไปทีละเปราะ



 

ล่าสุด สมาชิกเว็บไซต์พันทิปหมายเลข  4300506   ก็เป็นอีกรายที่กำลังเผชิญกับปัญหาดังกล่าว ซึ่งรุนแรงชนิดที่ไม่สามารถหาทางออกคนเดียวได้ จึงได้ตั้งกระทู้ถามความเห็นเพื่อนๆโลกออนไลน์ หัวข้อ "จะพาแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา จะบอกท่านยังไงดีครับ ไม่ให้ท่านเสียใจ" เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2561 บอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเอง แฟนสาว และคุณแม่วัยชรา ที่ไม่อาจจะอยู่ร่วมชายคากันได้ แม้ว่าจะพยายามมากว่า 5 ปีแล้วก็ตาม ซึ่งระบุข้อความ ดังนี้ 

"ผมซื้อบ้านไว้เมื่อ 2 ปีก่อน เป็นหมู่บ้านจัดสรรแถวบางกะปิ ทุกวันนี้ผมอาศัยอยู่กับแม่ 2 คน ตอนแรกที่ผมซื้อบ้านหลังนี้ไว้เพราะตั้งใจจะเอาไว้เป็นเรือนหออยู่กับแฟน โดยให้แม่อาศัยอยู่กับผมด้วย แต่ปัญหาคือแม่ไม่ชอบแฟนผมเอามากๆ 

ตอนนี้ผมอายุ 39 แฟนผมอายุ 30 แม่ผมอายุ 71 พ่อผมตายไปได้ 9 ปีแล้ว ก่อนหน้านี้แม่ผมอาศัยอยู่กับน้องสาวที่ ตจว. แต่พอน้องผมแต่งงาน แม่ก็ย้ายมาอยู่กับผมหลังจากที่ผมซื้อบ้านได้ไม่นาน 

ผมกับแฟนคบกันมา 5 ปี มีแพลนจะแต่งงานกันมาตั้งนานแล้ว แต่แม่ผมไม่ยอมรับในตัวแฟนผม ทำยังไงก็ไม่รับ ทั้งที่แฟนผมก็พยายามปรับตัวเอาใจท่านทุกอย่าง ผมเลยคุยกับแฟนว่าชาตินี้คงไม่ได้แต่งงาน เลยพากันไปจดทะเบียนสมรสเมื่อ 3 เดือนก่อน ช่วงนี้แฟนผมต้องอาศัยอพาร์ทเมนต์อยู่ไปก่อนเรื่อยๆ

แต่ดูแนวโน้มแล้ว แม่ผมคงไม่ยอมรับสะใภ้คนนี้แล้วครับ ทั้งๆที่บ้านที่ท่านอยู่ทุกวันนี้ ผมตั้งใจจะซื้อไว้อยู่กับแฟน โดยให้แม่มาอยู่ด้วย แต่เมื่อแม่ผมไม่ยอมแบบนี้ ผมกับแฟนเลยคุยกันเพื่อจะหาทางออก ผมกับแฟนรอที่จะอยู่ด้วยกันมานานแล้วครับ ผมไม่อยากรอต่อไปนานกว่านี้แล้ว เพราะไม่วันที่แม่ผมจะยอมรับแฟนผม

ผมกับแฟนเลยตัดสินใจว่า จะพาท่านไปอยู่บ้านพักคนชรา เพื่อตัดปัญหาทุกอย่างไปเลย ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลท่านอยู่แล้ว เพราะงานผมรัดตัวมาก แฟนผมก็งานยุ่ง ต่างกันต่างได้เลื่อนขั้นรับตำแหน่งใหม่ ถ้าอยู่ด้วยกันคงไม่มีใครที่จะมีเวลาดูแลท่านแน่ 

อย่างน้อยพาแม่ไปอยู่บ้านพักคนชรา ผมจะได้อุ่นใจว่ามีคนดูแลแม่ผมแน่ๆ แล้วแฟนผมจะได้ย้ายมาอยู่กับผมอย่างที่ตั้งใจไว้ตอนแรกด้วย ผมเองก็อยากสร้างชีวิตครอบครัวของผม ผมว่านี่คือทางออกที่ดีที่สุดแล้ว แต่ผมไม่รู้ว่าจะหาทางบอกท่านยังไงดี เพื่อไม่ให้ท่านเสียใจ ช่วยผมคิดเหตุผลหน่อยครับชาวพันทิป"

 



 

ล่าสุดวันที่ 2 มกราคม 2561 หนุ่มเจ้าของกระทู้นี้ได้โพสต์ข้อความเพิ่มเติมว่า


ขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะครับ และขอโทษที่ผมไม่ได้ตอบกลับคหใครเลย ความรู้สึกของผมตอนนี้มันสับสนไปหมดครับ ใจหนึ่งก็ด่าว่าตัวเองว่าเป็นลูกเนรคุณที่คิดจะพาแม่ไปอยู่ที่อื่น อีกใจก็คิดอยากทำเพื่อตัวเองบ้าง อยากสร้างครอบครัว ที่มี พ่อ แม่ ลูก เหมือนกับครอบครัวอื่นๆ

ที่ผ่านมา ถ้าเจอสถานการณ์ที่ต้องเลือก ผมจะเลือกแม่ก่อนตลอด แม้แต่ช่วงปีใหม่นี้ ผมก็พาแม่กลับ ตจว ไปเยี่ยมน้องสาว ส่วนแฟนผมเธอยอมอยู่ กทม คนเดียว เธอยอมถอยให้แม่ผมเสมอ มันเป็นสถานการณ์ที่บีบหัวใจผมมากจริงๆ ที่ปล่อยให้คนรักอยู่เคาท์ดาวน์คนเดียวในวันสิ้นปี หลายครั้งที่เธอน้อยใจ แต่เธอไม่เคยโกรธผมเลย เธอเข้าใจว่าสถานการณ์เป็นยังไง เธอยอมให้ผมเลือกแม่ก่อนเสมอ เพราะเธอไม่อยากทำให้ผมลำบากใจ

แฟนผมเธอเสียทั้ง พ่อและแม่ไปพร้อมกันเกือบ 3 ปีแล้วครับ จากอุบัติเหตุรถชน ส่วนญาติฝั่งพ่อฝั่งแม่ของเธอ ก็ไม่ได้สนิทใจกันถึงขนาดจะขอความช่วยเหลือได้ นี่คือเหตุผลที่ผมตัดสินใจซื้อบ้านหลังนี้เพื่อเป็นเรือนหอ เพราะผมอยากดูแลเธอ พร้อมกับตัดสินใจที่จะรับแม่มาอยู่ด้วย

โดยก่อนหน้านี้แม่ผมอยู่กับน้องสาวที่ ตจว แต่พอน้องสาวผมแต่งงาน แม่ก็มีอาการไม่ชอบลูกเขย ยอมรับในตัวลูกเขยไม่ได้ ผมถึงได้รับแม่มาอยู่ด้วยก่อนที่แฟนผมจะย้ายมาอยู่กับผมไม่กี่วัน 

พอท่านรู้ว่าผมมีแฟน และผมตั้งใจซื้อบ้านหลังนี้ไว้เป็นเรือนหอ ท่านก็ไม่ยอมรับในตัวแฟนผมทันที ผมถามท่านมาตลอดว่าเพราะอะไร ท่านถึงไม่ชอบแฟนผม ท่านก็ไม่ยอมตอบ ท่านบอกแค่ว่า ท่านไม่ชอบ ไม่ถูกชะตา ไม่อยากได้ลูกสะใภ้ ทั้งๆที่แฟนผมยอมปรับตัว ยอมถูกโขกสับทุกอย่าง

ถึงท่านไม่เคยบอกเหตุผล แต่ผมกับแฟนก็พอรู้แหละครับ ว่าท่านกลัวโดนแย่งความรัก น้องสาวผมแต่งงานไปแล้วคนหนึ่ง ถ้าผมแต่งงานไปอีก ท่านคงกลัวว่าลูกๆจะไม่รักในตัวท่าน ซึ่งแฟนผมเข้าใจตรงจุดนี้ดี แฟนผมถึงยอมให้ท่านก่อนเสมอ

 

หลายครั้งที่ผมกับแฟนตัดสินใจจะไปคุยกับท่านเพื่อจะหาทางออก แต่ท่านก็บ่ายเบี่ยงไม่คุยด้วย ท่านบอกแค่ว่ายังไงก็อยู่ด้วยกัน 3 คนไม่ได้ ยิ่งรู้ว่าผมไปจดทะเบียนกับแฟนมา ท่านยิ่งมีอาการแอนตี้แฟนผมเข้าไปใหญ่ ดูแล้วไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะอยู่ด้วยกัน 3 คนในรั้วเดียวกันได้จริงๆ

ความรู้สึกผมมันสุดๆแล้วจริงๆครับ ผมถึงได้ตัดสินใจจะพาท่านไปอยู่บ้านพักคนชรา เพราะถ้าผมไม่ทำแบบนี้ เรื่องทุกอย่างคงค้างคาอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ และชาตินี้ผมคงไม่ได้สร้างครอบครัวเป็นของตัวเอง อายุผมก็เหลืออีกแค่ครึ่งชีวิต แฟนผมก็แตะ 30 แล้ว จะมีโอกาสมีลูกอีกสักกี่ปี ผมถึงได้คิดวิธีหักดิบแบบนี้

แต่พอผมได้อ่านจากหลายๆความคิดเห็น มันทำให้ผมได้ฉุกคิดก่อนจะทำอะไรลงไป ทุก คห มีประโยชน์กับผมมากจริงๆ มันเป็นทางเลือกให้ผมได้ ผมจะลองคุยกับท่านอีกสักตั้ง และจะหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับทั้ง 3 คน ถึงแม้จะรู้ว่าโอกาสที่ท่านจะรับฟังมีน้อยมากก็ตาม สุดท้ายแล้วถ้ามันยังหาทางออกไม่ได้จริงๆ ผมจะขอทำเพื่อตัวเอง ขอบคุณมากๆนะครับ


ทั้งนี้ ภายหลังเรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไปปรากฎว่าได้มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่ต่างเห็นอกเห็นใจทุกคน ทั้งเจ้าของกระทู้ ภรรยา และ แม่วัยชรา  แต่การพาแม่ไปอยู่บ้านพักคนชราก็ไม่ใช่หนทางแก้ไข หรือทางออกที่ดีเท่าไหร่ และไม่ต่างอะไรจากการทิ้งแม่ของตัวเอง พร้อมกับแนะนำให้ลองมีหลานดู เผื่อจะทลายกำแพงแห่งทิฐิได้บ้าง

 

 

 

 

ขอบคุณ ที่มา : pantip.com










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting - Tel. : 02-077-5807

Clicknews-tv.net