ปราจีนฯ-โรงเรียนเตรียมพร้อมเปิดเรียนสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครอง-นักเรียนรู้ถึงการป้องกันโควิค 19

ปราจีนฯ-โรงเรียนเตรียมพร้อมเปิดเรียนสร้างความเข้าใจให้ผู้ปกครอง-นักเรียนรู้ถึงการป้องกันโควิค 19




ตามที่รัฐบาลได้มีประกาศกาศเปิดโรงเรียนในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ โดยที่จากเดิมนักเรียนจะต้องเรียนออนไลน์จากที่บ้าน ก็จะเริ่มปรับให้มาเรียนที่สถานศึกษาเป็นตามเดิมกันแล้ว สำหรับวิธีการป้องกันโควิด 19ในโรงเรียนหรือสถานศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ผู้ปกครองทุกคนจะต้องตื่นตัวและให้ความช่วยเหลือทั้งตัวนักเรียนเอง และครูผู้สอน เพื่อจะช่วยลดการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ซึ่งบรรยากาศก่อนการเปิดเรียน หลายโรงเรียนในจังหวัดปราจีนบุรี มีการเตรียมพร้อม ตามมาตรการการป้องกันตามแนวทาง ที่คณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติ ประกาศโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19)  กระทรวงสาธารณสุขได้บูรณาการ การทำงานร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดภาคเรียน ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 โดยโรงเรียนจะต้องเตรียมการล่วงหน้าเพื่อให้พร้อมเปิดเรียนอย่างปลอดภัย



ซึ่งในวันนี้ ทางโรงเรียนบ้านประพาส ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปราจีนบุรี เขต1 โดยมีนายณรงค์เดช พูนนาค ผู้อำนวการโรงเรียน และคณะครู ได้มีการเชิญประชุมผู้ปกครอง นักเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 และเพื่อให้ผู้ปกครองมั่นใจกับทางโรงเรียนที่จะเปิดสอนในวันที่ 1 กรกฎาคม 63 ที่จะถึง โดยทางโรงเรียนได้มีการซักซ่อม เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียน โดยเฉพาะชั้นระดับประถมศึกษา ที่ยังไม่เข้าใจในเรื่องของการอยู่ในร่วมกันในสังคม การป้องกัน และหลักการปฏิบัติตนไม่ให้มีการเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิค 19

ทางด้ายนายณรงค์เดช พูนนาค ผอ.โรงเรียนบ้านประพาส กล่าวว่า"เบื้องต้นทางโรงเรียนก็ได้ปฏิบัติตามกระทรวงสาธารณสุขที่วางมาตรการไว้ตามข้อกำหนดไว้ทุกข้อมีการจัดการควบคุ้มอย่างเข้ม โดยเริ่มตั้งแต่การคัดกรอง หน้าประตูทางเข้า จะมีการตรวจวัดอุณหภูมิ สแกนคิวอาร์โค๊ต หรือลงชื่อไว้ ก่อเข้าโรงเรียน ส่วนในห้องเรียนนั้นได้มีการจัดสถานที่การเรียนการสอน ไว้เหมือนกัน โดยจัดที่นั่งนักเรียนนั่งโต๊ะเรียนแยก เรียนห่างกัน ประมาณ 1 เมตร จำนวนนักเรียน แต่ละห้องจัดไม่เกิน 20 คน / ห้อง และจะได้มีการจัดการเรียนออกเป็น 2กลุ่ม กลุ่ม A และ กลุ่ม B แบ่งเวลา 2เวลา ภาคเช้าและ ภาคบ่ายสลับการเรียนการสอน ตามข้อปฏิบัติของกระทรวงสาธาณสุข ทุกขั้นตอน

ทั้งนี้ทางด้านนางนุสรา ชูศรี ครูวิชาการ อธิบายเพิ่มเกียวการสอน ว่า สำหรับการจัดการเรียนการสอนชั้นอนุบาล ในช่วงเปิดเทอมแรกเราจะสอนตั้งแต่ 08.00 -11.00 น.ครึ่งวัน รับประทานอาหาร ดื่มนม และจะให้ผู้ปกครองมารับกลับบ้าน ใน 1 เดือนแรกก่อนและจะได้มีการปรับเป็นปกติ สำหรับ การเรียนการสอน ของชั้นประถม ตั้งแต่ ประถมปีที่ 1 -6 ได้แบ่งนักเรียนออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม a กับกลุ่ม B กลุ่ม A เริ่มเรียนตั้งแต่ 8.30 น ถึง 11.00 น รับประทานอาการ กลับบ้าน เพื่อไปดู DL .TVที่บ้านในช่วงบ่าย กลุ่มB เริ่มเรียนตั้งแต่ 11.30 น.โดยมาถึงโรงเรียนรับประอาหาร เสร็จเข้าแถวเข้าห้องเรียน จนถึงเวลาเลิกเรียน เราจะมีการสลับช่วงเรียนกันกันใน 1สัปดาห์ พอสัปดาห์ต่อไปกลุ่ม B จะมาเรียนภาคเช้า กลุ่มB จะมาเรียนภาคบ่าย เราจะปรับการเรียนรู้ สองกลุ่มนี้ให้ได้รับความเหมาะสม เบื้องต้นเราจะปฏิบัติแบบนี้ก่อน ทั้งนี้เพื่อให้รู้ถึงปัญหาแนวทางการแก้ไขตามลำดับต่อไป เบื้องต้นสำหรับประถมศึกษานั้นโรงเรียนจะเน้นการสอนแบบบูรณาการ ผสมผสาน เน้น 5 วิชาหลัก เช่น ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาและอังกฤษ



สำหรับ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษา เราจะเรียน สลับวัน โดยกลุ่ม A มาเรียนวันจันทร์ กลุ่ม B มาเรียนวันอังคาร ก็จะสลับแบบนี้ไปเลื้อยๆ และช่วงที่ไม่ได้มาเรียนรู้ที่โรงเรียนก็จะให้เรียนรู้ทาง DL.TV ที่บ้าน โดยทางครูจะมีการแจกใบงานให้ โดยใบงานเป็นหัวใจสำคัญในการเรียนรู้ทางDL.TV แล้วพอกลับมาสู่ตระรางเรียนตระรางสอนของโรงเรียนครูจะได้มาสอนปรับการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งการสอนระดับ มัธยมศึกษา จะเน้นการสอน ตามโครงสร้างของโรงเรียน และจะมีการปรับการเรียนรู้ใน 1 เดือน และคงจะกลับเข้าสู้การแก้ปัญหาในลำดับต่อไป

ในการของผู้ปกครองเองก็ยังเป็นห่วงในเรื่องของความปลอดภัยของเด็กอยู่โดยเฉพาะนักเรียนที่ยังไม่เข้าใจ เช่นเดียวกับ น.ส.เยาวดี บุญรอด ผู้ปกครองเด็กคนหนึ่งกล่าวว่า "หลังจากเปิดเรียนแล้วเด็กจะต้องมาโรงเรียนเยอะ ซึ่งระหว่าที่อยู่บ้านเราดูแลทั่วถึง และสามารถดูและเด็กได้เป็นการส่วนตัว แนะนำเด็กมากกว่า เพราะเด็กจะเชื่อคำผู้ปกครอง แต่ไม่แน่ใจว่าถ้าได้มาอยู่กับเพื่อนฝูง เค้าจะปฏิบัติที่เราแนะนำเค้าได้หรือป่าวอันนี้ก็น่าเป็นห่วง ซึ่งหลังจากรับฟังมาตรการการป้องกันของทางโรงเรียนแล้วคิดว่าน่าปลอดภัยได้ระดับหนึ่ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการเน้นย้ำจากผู้ปกครองอีกครั้งก่อนที่จะมาโรงเรียน 

ภาพ / ข่าว : สายชล หนูแดง ผู้สื่อข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.ปราจีนบุรี 










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net