แม่น้องหญิง เล่านาทีสูญเสียลูกสาว ลั่นไม่ขออโหสิกรรม แม้เขยโหดผูกคอตาม

แม่น้องหญิง เล่านาทีสูญเสียลูกสาว ลั่นไม่ขออโหสิกรรม แม้เขยโหดผูกคอตาม




จากกรณีพบศพ น.ส.อรอนงค์ ไกรรัตน์ อายุ 19 ปี ถูกทำร้ายร่างกายและบีบคอ นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องพัก และพบศพของ  นายชูเกียรติ ขัยสนั่น อายุ 19 ปี ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตายในห้องพัก ที่เป็นห้องเช่าเลขที่ 10/46 เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง โดยทั้งคู่เป็นสามีภรรยากัน และเป็นชาว อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี ทั้ง 2 คน ซึ่งก่อนที่จะเสียชีวิต เพื่อนข้างห้องได้ยินเสียงทะเลาะกันดังลั่น จากนั้นก็เงียบไป และมาพบกลายเป็นศพทั้งคู่ โดยเบื้องต้น ทางตำรวจสันนิษฐานว่า ทั้ง 2 คน น่าจะทะเลาะกันรุนแรง จนฝ่ายชายพลั้งมือทำร้ายภรรยาจนเสียชีวิต และผูกคอตายตาม เหตุเกิดเมื่อวันที่ 15 มีนาคม ที่ผ่านมา



 วันที่ 16 มีนาคม 2563 เวลา 11.00 น. ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี ได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 142 หมู่ 2 บ้านพรสันติ ต.นาคำ อ.บ้านดุง ซึ่งเป็นบ้านของ นางสาวอรอนงค์ หรือ น้องหญิง ไกรรัตน์ อายุ 19 ปี ที่ถูกนายชูเกียรติ หรือ บอม ชัยสนั่น อายุ 19 ปี สามีทำร้ายร่างกายจนเสียชีวิต โดยบรรยากาศที่บ้านของ น้องหญิง เป็นไปด้วยความโศกเศร้า มีญาติพี่น้อง มาจัดเตรียมสถานที่ทำพิธีศพตามประเพณี มีการตั้งเต้นท์รอบบริเวณบ้าน

ขณะที่ทางญาติพี่น้อง ก็ได้นั่งคุยวิพากษ์วิจารณ์ถึงเหตุที่เกิดขึ้น จนกระทั่งทำให้ น้องหญิง เสียชีวิต โดยมี นายสมจิตร ไกรรัตน์ อายุ 47 ปี พ่อของ น้องหญิง พร้อมญาติ ได้เดินทางไปรับศพ น้องหญิง จาก จ.ระยอง กลับมาทำพิธีที่บ้าน ขณะที่ นางบัวลอง ไกรรัตน์ อายุ 45 ปี แม่ของ น้องหญิง ไม่ได้เดินทางไปด้วย และได้กลับมาจากไปทำภาพเตรียมตั้งหน้าศพ และหาซื้อของเตรียมงาน

นางบัวลอง ไกรรัตน์ แม่ของน้องหญิง เปิดเผยว่า น้องหญิงกันนายบอม ได้ทำพิธีแต่งงานผู้ข้อต่อแขนตามประเพณีอีสาน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว เดิมลูกสาวเขาจะขายของอยู่ในหมู่บ้าน แล้วทั้งคู่ไปทำงานกับญาติพี่น้องที่ จ.ระยอง ได้ประมาณ 2 เดือน ซึ่งก่อนที่ลูกสาวจะเสียชีวิต ตอนประมาณเที่ยงคืนเข้าวันที่ 15 มีนาคม ลูกสาวยังได้โทรมาหาแม่ แต่ว่าลูกไม่พูดอะไร ได้ยินแต่เสียงร้องไห้ แม่เลยถามไปว่าถูกผัวตีเอาเหรอ  แล้วเสียงก็เงียบไปเลย หลังจากนั้นก็ติดต่อกับลูกไม่ได้อีกเลย ซึ่งตอนนั้นตนก็คิดเล่นว่า สงสัยลูกสาวคงจะถูกผัวฆ่าไปแล้ว แล้วก็โทรไปหาอาของน้องหญิงให้ไปดูว่า ลูกเป็นอะไรถึงร้องไห้ อาไปเคาะห้องก็ไม่เปิดประตู ก็เลยแยกย้ายกันไปนอน จนเช้าก็โทรบอกให้ไปดูอีก ไปเคาะประตูก็ไม่เปิด เขาก็เลยไปทำงานกันก่อน บอกว่าตอนเที่ยงจะเข้ามาดูอีกครั้ง ตนเลยบอกว่าถ้ายังไม่เปิดให้พังประตูเข้าไปเลย



“ต่อมาตอนประมาณ 5 โมงเช้าวานนี้ น้องสะใภ้ที่ทำงานด้วยกับลูกสาว โทรมาบอกว่าน้องหญิงตายแล้ว แล้วตัวแม่ก็ช็อคทำอะไรไม่ถูก เหมือนหัวใจมันสลาย ถึงตอนนี้ก็กินอะไรไม่ลง ไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้กับลูกสาว ก่อนหน้าก็ไม่มีลางบอกเหตุอะไร เพราะปกติลูกสาวก็จะโทรมาหาทุกวัน ถามว่าพ่อแม่กินข้าวยัง แต่ลูกจะไม่เคยเล่าเรื่องอะไรให้ฟังเลย ทำให้ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องทะเลาะอะไรกัน ลูกสาวเขาปิดปากเรื่องแบบนี้เก็บไว้คนเดียว และก็ปกติเขาไปอยู่บ้านผัว ก็จะโทรมาบอกว่า แม่หนูถูกผัวตีอีกแล้ว แต่มาครั้งนี้ไม่รู้จริง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น”

แม่น้องหญิง บอกอีกว่า หลังเกิดเรื่อง ทางบ้านขแงเราไม่ได้ไปติดอะไรกับทางบ้านสามีของลูกสาว เพราะที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ติดต่อกันอยู่แล้ว เบอร์โทรศัพท์อะไรก็ไม่มี พูดจริง ๆ เลยว่า ตนไม่ชอบผู้ชายคนนี้มาแต่แรก แค่ลูกเราไปชอบเขาก็เลยตามใจลูก ไม่ชอบเขาเลยไม่เอาเบอร์เขาไว้ คือเราไม่ได้ผูกพันกัน แต่ลูกเราไปรักเขา ก็เลยตามใจลูกไม่อยากขัดใจเขา และก็ไม่เคยคิดว่าจะมาเกิดเรื่องแบบนี้ ลูกสาวเราตายไปแบบนี้ ตนไม่ให้อภัยกับผู้ชาย ถ้าผู้ชายไม่ตายด้วย ก็คงจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุดเลย ไม่ยอมให้อภัยเด็ดขาด เพราะว่าเขาทำเกินไปถึงขนาดลูกเราต้องมาตาย ส่วนเรื่องงานศพจะทำอย่างไรต่อ คงต้องรอให้ศพลูกกลับมาถึงบ้านก่อน จึงจะปรึกษากับครอบครัวอีกครั้งว่าจะเอาอย่างไร

ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.อุดรธานี 










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net