"น้องบิ๊นท์" Miss International 2019 เดินทางกลับไทยแล้ว เปิดใจความรู้สึกหลังคว้ามงฯ

"น้องบิ๊นท์" Miss International 2019 เดินทางกลับไทยแล้ว เปิดใจความรู้สึกหลังคว้ามงฯ




 เมื่อ เวลา 18.00 น. เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 ที่ห้องโถงผู้โดยสารขาเข้า ชั้น 2 ประตู 10 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จังหวัดสมุทรปราการ  นางสาวสิรีธร  ลีห์อร่ามวัฒน์ หรือน้องบิ๊นท์ นางสาวไทยประจำปี 2562 ตัวแทนสาวประเทศไทยที่ได้รับตำแหน่ง Miss International 2019 และรางวัลพิเศษ Miss International Asia 2019 ที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นคนแรกของประวัติศาสตร์ชาติไทย สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก ได้เดินทางกลับมาถึงประเทศไทย ด้วยสายการบินไทย เที่ยวบิน TG 641 โดยมี นายกฤติยา  ก้อนทอง  รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 2 บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เป็นผู้แทนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  ร่วมให้การต้อนรับและมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดี โดยมีครอบครัวและแฟนคลับต้อนรับอย่างอบอุ่น



โดยในปี 2562 บริษัท นาการา จำกัด ผู้ได้รับสิทธิ์จากสมาคมนักเรียนเก่าวชิราวุธในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการจัดการประกวด ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ กลุ่มบริษัทในเครือเอ็มกรุ๊ป เป็นผู้มีสิทธิ์ในการจัดการประกวดนางสาวไทย ประจำปี 2562 โดย ดร.อดิศร สุดดี ผู้อำนวยการกองประกวด ได้คัดเลือก นางสาว สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทย 2562 ได้ตำแหน่ง Miss International 2019 พร้อมรางวัลพิเศษ Continental Queen: Miss International Asia

จากเด็กช่างฝันสู่ Miss International 2019  น้องบิ้นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ คว้ามงกุฎนางสาวไทย 2562 ในเวที Miss International 2019 ในเวทีประกวดกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นมาได้สำเร็จ สร้างประวัติศาสตร์เป็นสาวไทยคนแรกที่ได้ตำแหน่งนี้ หลังจากที่มีการประกวดมายาวนานกว่า 59 ปี แถมด้วยรางวัลพิเศษ Continental Queen of Asia มาครอง น้องบิ้นท์ เป็นศิษย์เก่าคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล รุ่น 44 ปัจจุบันอายุ 25 ปี ทำงานเป็นเภสัชกรด้านการตลาด (Product Specialist ด้านยาคุ้มกันบำบัด) 




น้องบิ้นท์ สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ ได้กล่าวว่า หลังจากที่เครื่องแลนดิ่งมีคนจากการบินไทยมาต้อนรับเราก็ตื่นเต้นระดับหนึ่งแล้ว พอเดินออกมาเจอคนเยอะ ๆ  แบบใจเต้นและน้ำตาจะไหลตลอดเลย คือปลื้มใจและตื้นตันใจมาก ๆ จนลุกเลยเพราะว่าชีวิตจากเด็กธรรมดาก็แบบเดินก็ทั่วไปไม่มีใครจะมารอแบบนี้ แต่พอวันนี้มีคนมารอคือน้ำตาจะไหลตั้งแต่เดินออกมาก้าวแรกก็รู้สึกมีพลังมาก และรู้สึกภูมิใจมากที่เราทำให้ประเทศไทยได้แล้วนะ เพราะว่าบิ้นท์  ก็เชื่อว่าแฟน ๆ ชาวไทยก็รอมงกุฎจากเวทีนี้มานาน วันนี้ดีใจมากโดยเฉพาะคุณพ่อถึงกับร้องไห้ออกมา เพราะไม่ได้เจอคุณพ่อมาประมาณ 2 เดือนได้แล้ว เพราะติดภารกิจตั้งแต่เวทีนางงามกรุงเทพจนนางสาวไทยจนเวทีใหญ่มันอินเตอร์ ก็ร่วม ๆ 2 เดือน เพราะช่วงที่ทำการแข่งขัน บิ้นท์ จะไม่ค่อยโทรหาครอบครัว เพราะว่าบิ้นท์ เป็นคนที่เซนซิทีฟเพราะโทรหาก็จะคิดถึงมากแล้วมันจะหลุดโฟกัสจากการทำงานจากการที่เราประกวด ก็เลยไม่โทรดีกว่า รอกลับมาเจอที่เดียว ตอนแรกเราคงไม่ถึงขึ้นว่าจะได้ที่หนึ่งมั้ง เดี๋ยวเราก็กลับมาสู่อ้อมอกป้าและแม่แล้ว แต่พอมันได้ปุ๊บมันก็เป็นอีกความรู้หนึ่งที่ดีใจแต่ว่าป้าและแม่ก็ดีไจว่าทำไมไปไกลขนาดนี้ คือเป็นคนที่กำหนดเป้าหมายไว้ไกล ๆ ว่าเราอยากได้ที่หนึ่งนะ แต่ก็ไม่ได้หวังว่าจะต้องได้ พอเราอยากได้แต่ไม่ได้หวังเราก็แค่ทำดีที่สุด แต่ว่าเราไม่หวังว่ากองประกวดเขาเก็บทุกอย่างเงียบมากคือเขาไม่ดู พิวเฟอร์ ใครเลย แล้วเราไปดูพร้อมกันว่า อ้าวไทยแลนด์เหรอหน้าก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น เพราะว่าคนตังเกร็ง ๆ ก็เยอะมาก แบบปีนี้ผู้เข้าแข่งขันสวยและมีความสามารถมาก ๆ ก็เลยเป็นอันหนึ่งแบบเราไม่ได้คิดว่าจะต้องเป็นเราเพราะทุกคนก็มีดีเป็นแบบของตัวเอง เพราะว่าตอนแรกเราก็จับมือกับมิส เวียดนามแล้วว่าเดียวคงเป็นอีกคนหนึ่งได้ เพราะเขาดูสปีดดีมาก แต่พอประกาศออกมาเป็นเรา เราก็วูบไปทีหนึ่งอ้าวไทยแลนด์นี่นาก็เลยตกใจแวบแรกคือสมองไม่สั่งการณ์แล้ว จนกระทั่งเพื่อนเข้ามากอดก็เลยเป็นโมเม้นท์ที่แบบดีใจมาก ซึ่งตนก็จะพูดอยู่เสมอแม้กระทั่งบนเวทีว่าบิ้นท์ ทำได้ทุกคนก็ทำได้เล่นกัน บิ้นท์ จะเชียร์เฉพาะประสพการตัวเอง บิ้นท์ก็รู้สึกว่าทุกคนต้องเคยเป็นมาก่อน ไม่มีใครเกิดมาแล้วเป็นดาราเลย ไม่มีใครเกิดมาแล้วประสบความสำเร็จเลย มันก็เริ่มจากคนธรรมดา บิ้นท์ ก็เลยคิดว่ามันเป็นสปีดที่น่าจะเป็นแรงบันดาลใจได้ ตอนนั้นเราก็แค่อยากสื่อสารออกไปว่าให้ผู้หญิงทุกคนกล้าในสิ่งที่อยากจะทำ ก็ทำเลยถ้ามันเป็นความฝันเราแค่นั้น

ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.สมุทรปราการ










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net