"หนุ่มคาร์แคร์" พบเงินแสนบนแท็กซี่ เอะใจ ไม่น่าใช่ของโชเฟอร์ แจ้งJS100 ตามเจ้าของตัวจริง

"หนุ่มคาร์แคร์" พบเงินแสนบนแท็กซี่ เอะใจ ไม่น่าใช่ของโชเฟอร์ แจ้งJS100 ตามเจ้าของตัวจริง




จากกรณีเพจ จส.100 ได้มีการโพส์ต ข่าวสาร ว่ามีเด็กล้างรถ พบเงินแสน ตกนอกกระเป๋า เอะใจไม่น่าใช่ของคนขับแท็กซี่ บอกเจ้าของร้านแจ้ง JS 100  ส่งคืนผู้โดยสาร  โดยเมื่อช่วงกลางดึกวานนี้ (3 ก.ย.62) คุณยุ้ย แจ้งแทนเจ้านาย เป็นหญิงวัย 72 ปี ลืมกระเป๋าถือยี่ห้อ Longchamp สีน้ำตาล ภายในมีเอกสารสำคัญ สมุดบัญชี 5 เล่ม เงินสด 100,000 บาท (เป็นแบงค์ 1,000 บาท จำนวน 100 ใบ) และกระเป๋าเล็กใส่เศษเหรียญประมาณ 500 บาท โดยสารรถแท็กซี่ สีเขียวเหลือง จากแยกบางนา มาลงบริเวณทางรถไฟสายเก่า เบื้องต้น JS100 ประสานไปยัง สน.บางนา และ สภ.สำโรงเหนือ ยังไม่มีแท็กซี่นำของมาส่งคืน



ขณะเดียวกันวันนี้ 4 ก.ย.62  เวลา 07:43 น. นายโอภาส เจ้าของร้านล้างรถแห่งหนึ่งย่านเทพารักษ์ แจ้ง JS100 ว่า พนักงานล้างรถเล่าให้ฟังว่า มีรถแท็กซี่ สีเขียว-เหลือง ทะเบียน xx-7684 ขับเข้ามาล้าง พนักงานพบกระเป๋าถือสีน้ำตาล ไม่ได้รูดซิปปิด และมีแบงค์ 1,000 บาท จำนวนหลายใบตกอยู่ จึงเก็บส่งคืนให้กับคนขับแท็กซี่ไป แต่เอะใจว่าเป็นกระเป๋าผู้หญิง คิดว่าน่าจะเป็นของผู้โดยสารลืมไว้หรือเปล่า จึงจดรายละเอียด และนำภาพจากกล้องวงจรปิดส่งให้ JS100 ไว้เป็นข้อมูล

JS100 ตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีความเป็นไปได้สูง ทั้งสีของรถ และสถานที่ จึงประสานข้อมูลกับคุณยุ้ยยืนยันว่า กระเป๋าตามที่ปรากฏตามภาพวงจรปิดเป็นของเจ้านายตนเอง JS100 จึงประสานกรมการขนส่งทางบกเพื่อขอชื่อและเบอร์ติดต่อตามหมายเลขทะเบียนรถ ทราบว่าเจ้าของรถให้นายบุญเลิศ เช่าขับเมื่อคืน โดยนายบุญเลิศ บอก JS100 ในตอนแรกว่าไม่ได้เอาไป จึงแจ้งว่าตอนนี้มีภาพจากกล้องวงจรปิดชัดเจนและเจ้าของได้แจ้งความไว้แล้วที่ สภ.สำโรงเหนือ นายบุญเลิศ  จึงยอมรับ แต่อ้างว่าได้นำกระเป๋าไปโยนทิ้งแถวนิคมอุตสาหกรรมบางปู ขอเวลากลับไปค้นหาก่อน แต่เงินสดได้นำไปฝากไว้กับภรรยาที่พักอยู่แถวนิคมอุตสาหกรรมซีเกท ถ.เทพารักษ์ และได้นำเงินบางส่วนไปใช้แล้ว เหลืออยู่ประมาณ 97,000 บาท

คุณยุ้ย ได้ปรึกษากับเจ้านายแล้ว บอกว่าอยากได้เอกสารสำคัญต่างๆคืนมากกว่า ส่วนเงินนั้นหากส่งคืนให้เลยจะถอนแจ้งความและไม่ติดใจเอาความ โดยจะมีสินน้ำใจให้อีก 2,000 บาท หากนำมาส่งคืน หรือให้นายบุญเลิศ โอนเงินกลับมาได้เลย 95,000 บาท ต่อมาเวลา 16:00 น. ได้รับการประสานกับทางพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี สภ.สำโรงเหนือ และมีตำรวจ สน.ราษฎร์บูรณะ โทรศัพท์แจ้งเข้ามาว่า เป็นญาติกับนายบุญเลิศ และได้ดำเนินการเรื่องการโอนเงินจำนวน 100,000 บาท คืนให้แล้ว ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่ช่วยกันโดยเฉพาะร้านล้างรถ หลังจากนี้จะเข้าไปเพื่อขอบคุณเป็นการส่วนตัว



ต่อมาเมื่อช่วงสายของวันนี้ที่ 6 กันยายน 2562 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ร้านคาร์แค ดังกล่าวซึ่งตั้งอยู่ภายในปั้มน้ำมันบางจาก ถนนเทพารักษ์ขาเข้าหลักกิโลเมตรที่ 12 ตรงข้ามทางเข้าโรงพยาบาลบางพลี ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เพื่อสอบถามเรื่องราว ได้พบกับนายโอภาส  นันอำไพ อายุ 47 ปีเจ้าของคาร์แค ดังกล่าว ได้เล่าว่า  กระเป๋าใบดังกล่าวลูกน้องเป็นคนเจอตกอยู่ที่พื้นด้านเบาะหลังของรถแท็กซี่ ที่เข้ามาจอดล้างในช่วงเทียงคืนของวันนั้น ส่วนตนมาทราบเรื่องก็ตอนเช้า โดยหลักเกณฑ์ของเราก็คือ ถ้าเก็บเงินแล้วต้องคืนให้เจ้าของเขา เจ้าของก็คืนคนที่เอารถเข้ามาล้าง อย่างรายนี้เจ้าของก็คือคนขับแท็กซี่ ส่วนเขาจะคืนหรือไม่คืนมันก็เป็นสิทธิของเขา เมื่อเราพบกระเป๋าเราก็แจ้งคนขับแท็กซี่คนดังกล่าวว่าเราพบกระเป๋าของผู้โดยสารที่พบตกอยู่ในรถ ว่าคุณแท็กซี่จะแจ้งหรือไม่แจ้งก็เรื่องของเขา พอมาถึงตรงนี้เราก็ดีใจลูกน้องทุกคนก็ดีใจ ดีใจกับคนที่พบเจอ ตามที่เราพร่ำสอนอยู่ทุกวันทุกเดือนที่มีการประชุม เราได้บอกว่าสักวันมันจะมีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น เราก็ต้องทำให้ได้ 1 ข้อหาจะไม่ตกที่เรา เราห้ามเอาทรัพย์สินของลูกค้า ที่อยู่ในรถโดยเด็ดขาด ซึ่งตรงนี้เราก็บอกประจำอยู่แล้ว

ด้านนายบิลลี่ แก้วประเสริฐ อายุ23 ปี เด็กล้างรถของคาร์แคดังกล่าวที่พบเจอกระเป๋าเงินแสน ได้เล่าว่า รถแท็กซี่คันดังกล่าวได้เข้ามาจอดล้างในเวลาประมาณเที่ยงคืน โดยที่เขามาจอดรถไว้แต่ตัวคนขับไปเข้าห้องน้ำ เขาเองก็ยังไม่เห็นกระเป๋าใบดังกล่าว ซึ่งตนได้นำรถไปล้างตามปกติ และกำลังเข้าไปทำความสะอาดภายในรถ ก็ได้เห็นกระเป๋าใบดังกล่าวตกอยู่ที่พื้นเบาะนั่งด้านหลัง ตนก็เลยยกขึ้นมาไว้บนเบาะหลัง เป็นกระเป๋าสีน้ำตาล ซึ่งตอนนั้นตนก็เปิดแง้มดู ได้เห็นแบงค์พันอยู่ภายในจำนวนมาก จึงรีบปิดไว้เหมือนเดิม ตอนแรกก็คิดว่าเป็นของแท็กซี่ จึงได้เอามาให้เถ้าแก่ดูก่อน ว่ามันใช่หรือเปล่าถ้าเป็นของคนขับแท็กซี่มันก็ต้องอยู่ด้านหน้าแต่นี่มันตกอยู่ด้านหลังก็เลยเอะใจว่าน่าจะเป็นของลูกค้าแน่ ๆ ก็เลยบอกให้เถ้าแก่ติดต่อ จส.100 ให้ประกาศตามหาเจ้าของ ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะเห็นว่าเป็นกระเป๋า และตนเองก็คิดอยู่แล้วว่าเงินที่พบไม่ใช่เงินของเราตนไม่เอาอยู่แล้ว เพราะไม่คิดอยากได้ของใครอยู่แล้ว ตนทำงานอยู่ตรงนี่ก็พอกินอยู่แล้ว และก็รู้สึกดีใจที่ได้ทำความดีเพื่อสังคม และก็ดีใจด้วยครับที่เจ้าของกระเป๋าได้รับเงินคืน และก็คิดว่าเจ้าของเงินเขาคงเดือดร้อนน่าดูที่ทำหาย

ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.สมุทรปราการ 










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net