"สาวใหญ่" หวงสามี ระแวงปันใจหญิงอื่น เช็คมือถือจนทะเลาะ สุดท้ายผูกคอกับขื่อบ้านเช่า

"สาวใหญ่" หวงสามี ระแวงปันใจหญิงอื่น เช็คมือถือจนทะเลาะ สุดท้ายผูกคอกับขื่อบ้านเช่า




เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มิ.ย. ร.ต.อ.อนุวัฒน์  วัฒนกรการุณย์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิตในบ้านเช่า ซอยชนะจำบัง ถนนพิชัยสงคราม หมู่ 8 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยข่าวภาพ 



ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเช่าเลขที่ 451/2 ซึ่งเป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น บริเวณห้องนอนชั้นบนพบศพผู้เสียชีวิตเป็นหญิงสาว 1 ราย ทราบชื่อคือ นางกาญจนา  กระแสร์สุข อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 328/109 ซอยเคหะร่มเกล้า 37 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. สภาพศพใช้เชือกไนล่อนสีเขียวผูกกับขื่อเสามุมบ้าน สภาพศพสวมเสื้อแขนสั้นลายพรางทหาร นุ่งกางเกงขาสามส่วนสีเทา ที่ลำคอมีรอยเขียวช้ำ เนื้อตัวเริ่มซีดขาว ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงช่วยกันนำร่างส่งผ่าชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งที่นิติเวชโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร



จากการสอบสวน นายกิตติพงศ์  สังข์ทอง อายุ 47 ปี สามีของผู้เสียชีวิต และเป็นคนพบศพคนแรก ให้การทั้งน้ำตานองหน้าด้วยความโศกเศร้าเสียใจว่า ตนเองและนางกาญจนาภรรยาที่เสียชีวิต ได้อยู่กินกันมาประมาณ 10 ปี แต่มาระยะหลังภรรยาป่วยเป็นโรคไบโพล่าต้องเข้ารับการรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน กทม. และมักมีอาการหวาดระแวงกลัวตัวเองจะนอกใจไปมีหญิงอื่น ซึ่งตนเองได้พยายามอธิบายหลายครั้งแล้วว่าไม่ได้มีใครจริงๆ แต่ภรรยาก็ยังไม่เชื่อบางครั้งถือมีดไปจะทำร้ายหากมีผู้หญิงเข้ามาพูดคุยด้วย ทั้งเช็คมือถือและเช็คเฟซบุ๊กว่าแอบคุยกับคนอื่นหรือไม่ และมีปากเสียงทะเลาะกัน ซึ่งตนก็ไม่เคยลงมือทำร้ายหรือตอบโต้ เพราะว่ารักภรรยามากๆ กระทั่งวันนี้ตนเองออกไปทำงานช่วงเช้าตามปกติ และกลับมาบ้านในช่วงเที่ยงเพื่อจะมาดูว่าภรรยากินข้าวแล้วหรือยัง เมื่อเดินขึ้นไปในห้องนอนก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าภรรยาได้ใช้เชือกไนล่อนผูกคอตัวเองเสียชีวิตไปแล้ว 

จากนั้นจึงรีบไปแก้เชือกนำร่างลงมาทำการปั้มหัวใจอยู่หลายครั้ง แต่ร่างกายภรรยาก็ไม่ตอบสนองแต่อย่างใด ก่อนจะโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มาตรวจสอบดังกล่าว ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสอบสวนถึงสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย ส่วนศพจะมอบให้ญาติรับกลับไปบำเพ็ญกุศลตามพิธีทางศาสนาต่อไป

ภาพ / ข่าว : ผู้สื่อข่าวคลิ๊กนิวส์ จ.พิษณุโลก 










ติดต่อ โฆษณา

Contact : Click Marketting -

Clicknews-tv.net